/เรื่องย่อของ IT อิท โผล่จากนรก

เรื่องย่อของ IT อิท โผล่จากนรก

สำหรับคอภาพยนตร์สยองขวัญการได้มีฉากระทึก ตื่นเต้น น่ากลัว หรืออาจจะรวมความน่าสยดสยองไปด้วยคงเป็นอะไรที่กระแทกใจ เข้าถึงอารมณ์ได้แบบสุดๆ ไปเลย ยิ่งเป็นภาพยนตร์ประเภทที่ว่าเลือดสาดกระจายยิ่งทำเอาหลอนไปได้หลายวันเลยทีเดียว คือเวลานึกถึงภาพยนตร์สยองขวัญคนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกไปถึงภาพยนตร์แนวผีหลอก หรือแนวผีร้ายที่หน้าตาต้องน่ากลัว เละเทะ พร้อมกระชากวิญญาณคนดูได้ทุกวินาที แต่ถ้าหากใครได้ดูภาพยนตร์เรื่อง IT อิท โผล่จากนรก จะบอกเลยว่านี่เป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของวงการภาพยนตร์สยองขวัญสั่นประสาท กับตัวละครหลักที่ไม่สามารถบอกได้เต็มคำนักว่าเป็นผีหรือเปล่า เพราะหน้าตาที่เห็นยังไงมันก็ตัวตลกชัดๆ

รีวิวเรื่องของ IT อิท โผล่จากนรก

ลองจินตนาการดูว่าหากมีอะไรโผล่ขึ้นมาจากท่อลำพังแค่นี้เราก็อาจตกใจแย่แล้ว แล้วสิ่งที่บอกว่าโผล่ออกมาจากท่อกลายเป็นปีศาจร้ายมันจะยิ่งทำให้คุณอกสั่นขวัญผวามากขนาดไหน IT อิท โผล่จากนรก เล่าเรื่องของกลุ่มเด็กๆ ในเมืองเดอร์รี่ที่เป็นประเภทกลุ่มเด็กขี้แพ้ ไม่เคยมีใครสนใจ ไม่มีใครรัก ที่สำคัญมักเป็นกลุ่มเด็กๆ ที่โดนคนอื่นแกล้งอยู่ประจำไม่ว่าจะเป็นบิลจอมติดอ่าง, เอ็ดดี้ที่แม่หวงยิ่งกว่าไข่ในหิน, ริชชี่เด็กสวมแว่นแต่พูดตลาดแตก, สแตนลีลูกของนักบวช, ไมค์เด็กผิวสีที่ไม่มีใครสนใจและทำงานฆ่าแกะ ปิดท้ายที่จอมอ้วนเบนเด็กสายเนิร์ดผู้ชื่นชอบการเข้าห้องสมุดศึกษาประวัติศาสตร์เมือง นี่คือกลุ่มเด็กๆ ที่ไม่มีใครอยากให้ความสนใจมากนัก พวกเขาจึงได้รวมกันในนามของ Loser Club หรือ แก๊งค์ขี้แพ้ สิ่งหนึ่งที่คนในเมืองเดอร์รี่มักรู้กันดีก็คือทุกๆ เกือบ 30 ปี มักจะมีอาถรรพ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นคล้ายกับว่าเป็นเรื่องเลวร้ายบางอย่างที่ส่งผลให้เด็กๆ ในเมืองต้องหายสาบสูญกันไปหรือไม่ก็ต้องจบชีวิตลง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ชาวเมืองเชื่อว่าเป็นฝีมือของตัวประหลาดผู้แปลงร่างตัวเองมาในรูปแบบของ ตัวตลกเพนนี ไวส์

เมื่อจอร์จี้น้องชายของบิลผู้ติดอ่างได้หายตัวไปอย่างลึกลับจากเย็นวันหนึ่งที่ฝนตก บิลปล่อยน้องชายให้ไปเล่นเรือกระดาษบนท้องถนนที่ฝนตกหนักมาก เรือดังกล่าวได้ลอยไปติดในท่อ ทำให้จอร์จี้พบกับเพนนี ไวส์ จอร์จี้กลายเป็นคนสูญหายเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ที่ทยอยหายตัวไปอย่างลึกลับ เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามและค้นหาบทสรุปว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวชวนสยองขวัญของเด็กๆ เหล่านี้จะจบลงอย่างไร หรือจะต้องมีเด็กๆ จบชีวิตอีกกี่คนกันแน่